หลายคนอาจไม่เคยรู้ น้ำต้มกล้วย ดื่มก่อนนอน1แก้ว สรรพคุณที่ได้ดีเลิศ ล้างพิษในร่างกาย

0 297

ยุคสมัยที่มีผู้คนจำนวนมากได้ให้ความสำคัญและใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ เลยสรรหาอาหารการกิน เครื่องดื่มสมุนไพร รวมถึงวิธีการออกกำลังกายที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อร่างกายของเรา ซึ่งในวันนี้เราได้มีสูตรน้ำสมุนไพรที่จะช่วยรักษาโรคต่างๆที่เกิดขึ้นให้หายได้ เป็นน้ำสมุนไพรที่อยา กจะแนะนำให้ทุกท่านได้ต้มดื่ม ดื่มวันละ 1 แก้ว สรรพคุณที่คุณได้นั้นจะดีต่อสุขภาพร่างกายของเรามากๆเลยทีเดียว ชนิดของหยวกกล้วยที่นิยมรับประทานก็คือ หยวกกล้วยตานี หยวกกล้วยป่า หยวกกล้วยน้ำว้า โดยหยวกกล้วยที่เราจะนำมาปรุงอาหารนั้น ควรเป็นหยวกกล้วยที่ยังไม่ออกปลี หยวกกล้วยนั้นมีใยอาหารที่ช่วยดูดซับสิ่งตกค้างตามลำไ ส้ กระเพาะ แล้วขับ ถ่ า ยออกมา มีธาตุเหล็กซึ่งเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบิลในโลหิตของเรา และจะช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลัง หรือจาง จะช่วยบรรเทาอาการเสียดท้องได้การนำกล้วยที่ยังไม่ออกเครือมาทำอาหารทานจะได้คุณค่าทางอาหารสูงกว่าส่วนกล้วยออกเครือแล้ว เหมือนหลักการเก็บสมุนไพรทั่วไปที่มักจะเก็บหลังออกดอกเพราะจะได้ตัวยาสูงกว่า

วิธีทำน้ำต้มกล้วย

1.เมื่อครบเวลานำไส้กล้วยออกมา ครึ่งกิโลกรัม หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วตั้งหม้อนำไปต้มกับน้ำปริมาณ 2 ลิตร ต้มน้ำให้เดือดก่อนจึงหรี่ใช้ไฟอ่อน

2.ในขั้นตอนแรกให้เราเริ่มต้นด้วยการลอกกาบกล้วยที่ออกเครือ แล้วให้ถึงไ ส้แกนใน จากนั้นให้เรานำมาหั่นเป็นท่อนๆ ใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงเอาไว้ให้แน่น เก็บในตู้เย็น ในช่องแช่ช่องผัก ไว้ประมาณ 2-3 ชม.

3.จากนั้นให้เราใส่แกนกล้วยในต้นกล้วยลงไปในหม้อต้ม ต้มต่อให้เดือดด้วยไฟอ่อน 10-15 นาที ยกลงจากเตา และนำน้ำที่ต้มได้มาดื่มได้เลย

วิธีรับประทาน
ให้เราดื่มครั้งละ 1 แก้วก่อน 30 นาที ก่อนอาหาร เช้า กลางวัน และเย็น

สรรพคุณของน้ำต้มกล้วย มีส่วนช่วยทำให้ระบบขับถ่ายปัสสาวะเป็นปกติ ชำระล้างสิ่งตกค้างที่อยู่ภายในให้สะอาด ทั้งยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการละลายนิ่ วได้ดีด้วย เรียกได้ว่าเป้นเครื่องดื่มสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพของเรามากเลยทีเดียว

ข้อแนะนำ น้ำที่เราทำดื่มนั้น เราจะสามารถเก็บแช่ไว้ในตู้เย็นได้นานเป็นเดือน เมื่อมีการต้มดื่มในหลายๆครั้งสีของน้ำต้มกล้วยในขณะที่ต้มอยู่นั้นสีจะยังไม่สวย แต่พอปิดไฟแล้ววางทิ้งไว้สักพัก น้ำต้มสีจะสวยมีความอ่อนเข้มไม่เท่ากัน เนื่องจากใส่มากหรือใส่น้อย หรืออาจจะเป็นชนิดของกล้วยที่เรานำมาทำ

ขอบคุณ : ideadeede 

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน